วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2559

INTRODUCTION

 ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การเรียนรู้ เทคนิค วิธีการ 
หรือที่เรียกว่า  กลยุทธ ในการทำงานธุรกิจ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ไม่น้อยหน้าวิชาชีพอื่น อาจมากกว่าด้วย ลงทุนน้อยกว่าด้วย มีอิสระในการทำงานมากกว่า มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากกว่า

 คุณภาพชีวิตที่หลายคนไฝ่หา
1. อิสระ ไม่ต้องให้ใครคุม ถ้าคุณคิดว่าดีและถูกจริตกับคุณ คุณต้องหาวิธี ดิ้นรนเพื่อความเป็นอิสระแน่นอนแม้จะต้องแลกแบบกดดันเมื่อมีโอกาส 
2. ได้เงิน ได้แบบธุรกิจ ได้แบบทำมากได้มาก ทำครั้งเดียวแล้วยังมีไหลตามมาอีกหลายปี เป็นสิบปี ข้อนี้กินขากกว่าทุกอย่าง
3. ได้แต่งตัวดี ไปทำงานแบบแต่งตัวดี กลายเป็นต้องดูแลตัวเองตลอด เพราะต้องไปพบคุยกับคน ตรงข้ามกับงานบางอย่างที่ประจำ หรือทำพอเสร็จ หรืองานที่อยู่บ้าน เพราะงานที่บ้านอาจปล่อยตัว 

คนที่เป็นลูกจ้าง คนที่เป็นข้าราชการ ก็ตัดสินใจด้วยเหตุผลหลัก 3 ตัวนี้ 
และเหตุผลที่เพิ่มมาอีกก็คือ
มั่นคงไหม 
ระยะยาว มั่นคงไหม
ก็ย้อนไปดูข้างบน คือ ทำครั้งเดียว แต่รายได้ที่เราไปขายไว้ ลูกค้าคนเดิมยังส่งอยู่ นั่นคือรายได้เรายังมีไปตลอด
ไม่เหมือนการขายอย่างอื่น เพียงแต่มันยากกว่ากันเท่านั้นเอง
คำถามต่อมา ลงทุนเยอะไหม เพราะตอนนี้ไม่มีตังค์ มีแต่หนี้ และภาระที่รออยู่ แต่ละคนจะเป็นอย่างนั้น
และตัวภาระนี่เองที่ ให้คะแนนปฏิเสธถึง 99% ให้ตัวเรา เพราะถ้าย้ายงานตอนนี้ ตายแน่ๆ ตายทั้งครอบครัว
และยังมีตัวผูกมัดกับที่เดิมไว้อีกต่างหาก

หลายคนจึงเลือกที่จะทดลอง 
ลองดุก่อน เป็นแบบ part time 
คน 90% คิดแบบนี้ทั้งนั้น และก็ถูกต้องด้วย ในความไม่แน่นอน ใครจะการันตี ว่าจะไปรอด เพราะความใหม่นี่เองที่ได้ยินว่าอัตรารอดเกิน 3 เดือน 6 เดือน น้อยมาก เพราะทำงานไม่เป็นแต่คาดหวังสูง ทำให้แรงกดดันมันเพิ่มแบบขีดสุด 
แ่ต่ไม่ลอง ไม่รู้ 
งั้นสอบ นั่นไง มีสอบอีกต่างหาก
ขายตรงอื่นๆ ไม่เห็นสอบ อบรมกติกา คปภ อีก อบรมการขายแบบไม่ตรวจสุขภาพอีก เข้าค่ายอีก เอ้าทำไมเยอะจัง แค่เตรียมก็หมดไปเกือบ 2 เดือนแล้ว 
ดูรุ่นพี่ 10 ปี ดูหัวหน้า ทำไมเสียภาษีปีละเป็นแสน ความคิดเราถ้ามันเริ่มเปลี่ยน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า เขาก็ยังทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ คนมีข้อแม้ คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อก็จะรีบ say no!! ทันที 
และงานนี้ก็จะพิสูจน์ตัวเรา พิสูจน์ความเป็นเพื่อน ญาติพี่น้อง 
คนยอมแพ้ง่าย จงเลิกล้มความตั้งใจเสียแต่ตอนนี้ เพราะงานนี้ สำหรับคนจริง และสู้เท่านั้น 
แต่ภาระมันรออยู่ มันต้องการคุณภาพชีวิต 
ต้องการมากๆ ถึงมากที่สุด คือความอยู่ดีกินดี มีความสุข
ตัดสินใจอีกที ว่าชีวิตเป็นของใคร 



                   ในที่สุดก็ เลือกเข้ามาในวงการประกันชีวิต ก่อนเข้า เชื่อว่าหลายคนเหมือนกันคือ ทำการขายตรงมาเยอะแล้ว แต่ไม่พอที่จะกลั่นให้เป็นอาชีพหลักได้ ยังไม่มั่นคงพอ  แต่เมื่อมองดูอาชีพขายประกัน ที่ว่าคนเกลียด ทำไมมีคนลาออกจากราชการมาทำเยอะจัง เยอะจริงๆ นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ต้องลองทำในสิ่งที่คนเขาไม่ค่อยทำกัน คนใกล้ชิดก็ไม่เห็นด้วย
และที่สำคัญ ไม่รู้จะเริ่มยังไง เพราะงานขายอื่นๆ ก็เคยมาก่อน แต่ที่ขายกระดาษเปล่าๆนี่มันคิดหนักจริงๆ



 
              การขายประกันจะต้องเป็นอาชีพสุดท้าย เพราะแค่ชื่อก็ยี้สุดๆ แล้ว แต่เอาละ 
แค่หารายได้เข้าบ้านได้เดือนละ 5,000 บาท ก็ถือว่า OK หลายคนคิด ไม่ผิดหรอก และทำงานเดิมหรือรับราชการไปด้วย การขายที่ทำได้แบบ part time คือจะเริ่มออกทำงานหลังเลิกงาน ทุกวัน และเสาร์อาทิตย์ อาชีพนี้ แต่ถ้าคุณเลือกที่จะ fulltime มีอะไรรองรับไหม
ถ้ามันขายไม่ได้ ทำไง เห็นตัวแทนที่เข้ามาเยอะๆ ทำไมไม่เวิร์คเอาเสียเลย 
               แต่เราก็อดทนเพราะมันเป็นอันสุดท้ายที่เราเลือกเป็นอาชีพรอง ต้องอยู่กับมัน
 และสิ่งที่ทำให้เราเกิดได้คือคำว่า ฝืน ฝืน และฝืน กับความรู้สึก นั่นคือทำตามขั้นตอน 
แบบนักร้อง หรือหมอลำ ทำนองนั้น ไม่ค่อยไหว้ใครคุณก็ต้องไหว้ ไม่เคยซื้อของไปฝากใคร
ก็ต้องซื้อไป ไม่เคยขีดกระดาษสร้างปัญหาเฉิ่มๆก็ต้องทำ เสนอแบบประกันก็อึอะจับตันชนปลาย สักพักก็รู้ปัญหา และท้อ ลองอีก หัวหน้าบอกว่า หัดขี่จักรยานเป็นทันทีไหม ไม่ แล้วต้องล้มไหม ตอบว่าล้ม ก็เหมือนกัน ต้องแก้อย่างนั้น อย่างนี้ 
เราก็เริ่มปรับปรุง แม้จะหงุดหงิด
    การปิดการขายแบบออกใบเสร็จให้ก่อนแล้วอวยพร ฝืนมากๆ เพราะเรา
คุ้นเคยแค่ทำงานประจำโต๊ะ เที่ยงกินข้าว เย็นก็ลงชื่อตอกบัตรออกงาน กลับบ้าน  แต่ก็ต้องทำเพราะนั่นมันคือขั้นตอน ฝืนตั้งแต่โทรไปนัดลูกค้า ตามที่หัวหน้าบอกแล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ทำไมคนที่ทำมาก่อนเรา มันได้รายได้เยอะจัง แอบมองแผ่นกระดาษรายชื่อเก็บเงินลูกค้ายาวหลายหน้า แถมมีรถเก๋งขับ  เขาอายุน้อยกว่าเรายังทำได้เลย เราก็คนเหมือนกัน  ลองทำๆตามเขาดู เขาบอกว่า ให้ copy คนสำเร็จ เราก็ไม่อยาก copy ใคร

                  

          แต่การฝืนก็ทำให้เราเกิด เพราะมันทำกันอย่างนี้ทั้งประเทศ และทำมาเป็นร้อยปีแล้ว และทำให้เราต้องลาออกจากงานเดิมเหมือนรุ่นพี่เลย 
  เหตุผลก็คือ ถ้าคุณจะเลือกทำอาชีพอะไร ให้ดูรุ่นพี่คุณ 10 ปีหัวหน้ามักย้ำและมันทำให้เราอยากรู้ นี่เราดูรุ่นพี่เราแค่ 3 ปี ก็ลาออกจากงานเสียแล้ว เพราะอะไร ก็เพราะรายได้ที่ทดลองทำมา ประมาณ สองปี มันเกินกว่าเงินเดือนประจำของเรา 10 เท่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะคิดยังไง

เราได้รู้คำว่า เสียภาษี 100,000 บาท และปีถัดมา300,000 บาท ครั้งแรกในชีวิตที่เกิดปรากฏการณ์นี้ และเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าการมีรายได้ 2 ล้าน ต้องจดภาษี vat และคิดภาษีอีกจนเราไม่มีเงินจะเสีย ต้องโดนสรรพากรอายัด บช ไปถีงบริษัท ความเครียดก็เกิดอย่างหนัก แต่มันเป็นความเครียด คนละแบบ หากใครยังไม่เคยรู้ก็ต้องลองเสียดู และทุกปีก็เสีย 600,000 บาทมาทุกปี

แต่ เอ๊ะ ทำไมเวลาเราไปฟังผู้สำเร็จเขามาให้ความรู้ ฟังแล้วไปขายได้ทุกที แต่พอผ่านๆไป ก็กำลังใจตกอีกแระ ต้องเข้าไปประชุมเอาความรู้ใหม่อีก มันน่าจะเป็นปรากฏการณ์อะไรสักอย่างของอาชีพนี้แน่ๆ 
เราเลยเข้าใจได้ว่า อ่อ มันเป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่ทำธุรกิจ คือ 
1. มันขายสิ่งของที่ไม่มีตัวตน ขายกระดาษเปล่าๆ มันท้อง่ายเมื่อโดนปฏิเสธ ดังนั้นวิธีชาร์จไฟที่ดีคือ เข้ามาที่หน่วยพบปะหัวหน้าและคนอื่นๆ เพื่อ update สถานะของตัวเองเสมอ
 2. นอกจากนี้ยังต้องเข้าฟังวิชาการ เพื่อการเรียนรู้พัฒนาตัวเอง จากประสบการณ์ของคนอื่น สิ่งนี้เราเพิ่งรู้ ว่า อ๋อ คำพูดที่ว่า 
" คนฉลาด จะเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง แต่คนฉลาดกว่าเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น หรือ copy นั่นเอง เพราะตลอดชีวิตของเรา คงไม่พอที่จะรอจนพบวิธีการที่สุดดี แต่มันจะดีกว่าเพราะคนอื่นเขาคิดและทำมัน ประสบผลสำเร็จมาแล้ว" 
3. และสำคัญสุดๆ คือ การนั่งต่อหน้าลูกค้า 
นั่งต่อหนาลูกค้า จำให้ขึ้นใจ ถ้าคุณไม่ได้นั่งต่อหน้าลูกค้า อย่าอ้างว่า ทำงาน ห้ามเด็ดขาด ห้ามอ้างว่าทำงาน  และ นั่งให้เป็นสถิติ คือนั่งต่อหน้าหลายๆคน พูดและคุยเรื่องเดียวกัน แต่เปลี่ยนคนฟัง ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เยอะขึ้น เยอะขึ้น จนสถิติมันชน 100 
จนมันชน 100  ร้อยนะครับ พบให้ครบ 100 แล้วประเมิน ถ้ายังไม่ครบร้อยแล้วยังขายได้ คุณต้องไปตามรายชื่อเก่า 100 แรกให้หมด หรือไม่งั้นคุณต้องติดหนี้ตัวเอง
เช่น ผลการวิจัยตัวแทนใหม่ ที่ขายเป็นสถิติ พบว่า ไปขาย 5 ขายได้ 1 หรือ 5ต่อ1 คุณไปขายรายแรก ดันซื้อ คุณยังต้องไปพบเพื่อให้เขาปฏิเสธอีก 4 คนและ 4 คนนี้ห้ามซื้อด้วย เป็นการใช้หนี้สถิติ แต่ถ้าไปขายรายที่2 ดันซื้อมาอีก เราจะติดหนี้ไปอีก 8รายปฏิเสธ ต้องนับไปแบบนี้ แล้วคุณยิ้มเลยว่า เราดีใจมากๆที่ติดหนี้ตัวเอง เดือนนี้จำทำให้ตัวเองติดหนี้จำนวนรายสัก 40 ราย เพราะขายได้ 10 ราย นั่นแล
แต่ 100 ต้องตาม step ตามขั้นตอน 1 2 3 4 5 ห้ามลัด หรือเพียงพูดคุยเล่นๆเรื่องอื่น ต้องไม่โกหกตัวเองว่า โอ๊ยเดือนนี้พบตั้ง 30 แล้วยังขายไม่ได้เลย ทั้งๆที่แค่เดินผ่าน 

     ในที่สุดหลายปีผ่านไป เป็นสิบปี ที่ต้องลองผิดลองถูกและเฝ้าดูคนที่ได้เงินเยอะๆ เขาทำกัน จึงได้ลองรวบรวมวิธีการที่หลากหลาย และความเป็นคนขี้เกียจแต่หัวดี จึงสามารถสรุปเส้นทางอาชีพนี้ไว้อย่างย่อๆ เพื่อคอยเตือนคนที่จะเข้ามาใหม่ ไม่หลงทาง หรืออย่างน้อยก็เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 
ในอาชีพนี้
  คุณจะหาลูกค้ารายใหม่ได้อย่างไร คำถามนี้สำคัญสุด อย่าไปเชื่อใครว่ามันง่าย
                คุณจะหาลูกค้ารายใหม่ได้อย่างไร

                   เพราะคนที่คุณรู้จักมันหมดไปตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้ว หลังจากนั้นคุณก็จะแหงนมองเพดาน นึกๆๆ ว่า   
    จะไปขายใคร  
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด
       ไม่ใช่ขายยังไง  แต่เป็น จะไปขายให้ใคร ต่างหาก  
     มันคือ ระบบการทำตลาด 
นั่นเอง มิน่าเขามีหลักสูตรเรียนการตลาด 
เพราะว่า 
การจะขายได้ มันมาจากการเข้าไปพบพูดคุยจากการมีความสัมพันธ์มาก่อน
การเข้าพบได้ก็ต้องได้โทรนัดหมายกันก่อน
การที่จะโทรนัดได้ก็ต้องรู้จักันมาก่อน 
การที่จะรู้จักกันได้ ต้องมาจากช่องทางต่างๆ
ช่องทางต่างๆ ที่ว่ามันคือการทำตลาด 
การทำตลาด เพื่อ หา ผู้มุ่งหวัง 
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของอาชีพนี้คือ 
การมีผู้มุ่งหวังที่มากและมากๆๆ
            Prospect ผู้มุ่งหวัง คือลมหายใจ
 มิน่าเห็นคนที่เข้ามาแล้ว ตายจากอาชีพไปคนแล้วคนเล่า  เพราะไม่มีคนที่จะไปขายหรือคุยด้วยนั่นเอง นี่คือปฐมบทที่เพียงเริ่มต้นก็มีคนตายไปเยอะมาก   
         ต้องทำอะไรสักอย่าง  ต้องมีอะไรสักอย่าง ที่อาจคนอื่นไม่รู้ หรือยังไม่พบวิธี 
การใช้ระบบและกลยุทธ ในการทำงาน ประสบการณ์ มันชินกับรูปแบบดังที่จะพูด ต่อไป 

        และเท่ามีประสบการณ์ พยายามศึกษา 
               ได้พบกับกลยุทธ์แนวใหม่ 
             ที่ทำให้การทำงานนั้นมันง่ายขึ้น ง่ายจนเห็นผลแค่ข้ามคืน 
      ทำอย่างไรที่จะทำให้ มีคนมารอซื้อประกันแบบเข้าคิวกันมารอซื้อ 
           ขนาดว่าไปขาย 5-7 รายยังซื้อแค่ 1 นี่เข้าขั้นบ้าเอาขนาดหนักเลย
นี่มันเป็นธุรกิจแห่งการเรียนรู้ชัดๆ ขอให้พวกเราตามมา และนี่คือบทเรียน ราคาแพง ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน 
   นี่คือความคิดของคนที่ชื่อ
                     อ. รัชพล อยู่เย็น คนขายประกันที่จะมาเปิดโลกทัศน์ให้กับคุณ
และต่อไปนี้ คือข้อคิดคำถามที่คนอยากรวยมาขายประกัน อ.รัชพล สุภาพบุรุษจากที่ราบสูง แห่ง จ.อุดรธานี ที่มีแนวคิดแปลกๆ แหวกแนว ท่านเขียนโปรแกรม wealthplus on ipadสำหรับวางแผนการเงินสมัยใหม่ แบบบ้านๆ แต่มีที่ปรึกษาการเงินใช้กันทั้งประเทศ และนี่เป็นอีกผลงานหนึ่ง ที่อาจารย์คิดค้นปรับปรุง เพื่อให้คนรุ่นหลังเรียนรู้วิธีลัด อาจารย์ ตั้งปัญหาไว้แบบนี้ และต่อไปนี้คือคำถามที่จะช่วยให้คุณ ได้เรียนรู้วิธีลัด

                  1. ธุรกิจนี้คนขายได้อะไร คนซื้อได้อะไร ทำไมคนจึง ยี้ กับธุรกิจนี้ 
           เขาขายกันอย่างไรคนถึงไม่ชอบขนาดนี้ ขนาดว่ารายได้ขั้นเทพ
             2. การขายเองทำไมมันเหนื่อย ถ้าให้คนอื่นช่วยขายได้ไหม 
       ผิดกฎหมายหรือเปล่า  เป็นไปได้ไหม
          3. ที่ๆคนอยู่มากๆ ชุมนุมกันเป็นกลุ่ม แล้วทำไม่ขายประกันไม่ได้ 
            หลักจริงๆแล้ว มันต้องความสามารถล้วนๆ และทักษะอันสุดยอดหรือเปล่า
               4. การไปขายคนแปลกหน้าทำไมมันยากมากๆ ยากที่สุด เพราะไม่รู้จักเขา 
            คนที่เรารู้จักก็หมดแล้ว เพื่อนก็หมดแล้วเราต้องทำไง 
                5. หน่วยงานต่างๆ ส่วนราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล เทศบาล อบต 
            ตลาดร้านค้า บริษัท ต่างๆ ทำไมเขาห้ามตัวแทนหรือพวกขายของเข้าไป
            ขายสินค้าแล้วเราจะมีวิธีการอย่างไร จึงจะมีโอกาสเข้าพบ แล้วที่กลุ่มตัวแทน
            เข้าไปขาย  เขาขายได้หรือเปล่า
               6. การขายประกันทางอินเตอร์เน็ท ผิดกฎหมายหรือไม่ สามารถทำได้ไหม
              ไม่ค่อยเห็นมีใครซื้อ โกงกันมากหรือเปล่า มีตัวอย่างหรือไม่
      Reset Memory สร้างระบบดึงดูด เราจะทำตัวเองเป็นมนุษย์แม่เหล็กได้อย่างไร หาคนอยากซื้อประกันเข้าแถวกันมารอซื้อประกันกับเราได้หรือไม่ ทำอย่างไร เคล็ดลับเหล่านี้ มีหรือไม่

นี่คือสิ่งที่คุณต้องติดตาม และคุณจะเห็นพลังของบทเรียนนี้ เพราะพวกเราใช้ปฏิบัติแล้ว OK เลย OK มากๆ และพร้อมที่จะเป็นโค้ชให้คุณ

ฉบับหน้า คุณจะได้รู้ว่า คนขายประกันชีวิต ต้องรู้หลักการอะไรบ้าง และมันสำคัญแค่ไหน ถ้ารู้ก่อนก็ได้เปรียบ ถ้ารู้หลังจากเป็นตัวแทนแล้วก็ปวดใจหละ แล้วพบกันพรุ่งนี้